ใน "ยักษ์" รอบพิเศษ

posted on 15 Oct 2012 21:12 by mozaic directory Cartoon, Entertainment

เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นไทย(ฉายโรง)ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่เคยมีมา

นั่นคือความรู้สึกของเราหลังจากได้ดูเรื่อง ยักษ์ รอบพิเศษที่เอสพลานาดเมื่ออาทิตย์ก่อนในงานCGTalk

ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ความประทับใจและความหวังที่จะได้เห็นการ์ตูนดีๆออกมาอีก

 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเรื่องยักษ์ ว่าโดยสังเขปคือรามเกียรติ์ดัดแปลงใหม่

ที่หลุดจากระบบจักรวาลเดิมไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น

(กล่าวคือแค่ยืมตัวละครกับองค์ประกอบบางอย่างของเรื่องมาใช้)

เรื่องของอวตารที่หนึ่งร้อยเอ็ดของทศกัณฐ์กับหนุมานในโลกหุ่นกระป๋อง

ที่ทำสงครามห้ำหั่นกันจนหายสาบสูญไป

กลับกลายเป็นหุ่นยนต์ที่สูญเสียความทรงจำที่มีโซ่ติดกัน

ออกผจญภัยไปยังโลกกว้าง...

 

ดูจบไม่มีใครไม่ปรบมือให้พี่เอ๊กซ์ สุดยอดผู้กำกับแห่งบ้านอิทธิฤทธิ์ 

ที่มาบรรยายถึงเสี้ยวนึงของเบื้องหลังการทำงานให้ฟัง (น่าเสียดาย คุณจิก ประภาส ไม่มา)

และทีมงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่า8ปี จนเรื่องสำเร็จได้ตามเป้า

 

"ขอให้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนคนข้างบ้านเอาหนังให้ดู"

"อย่าไปเทียบกับพิกซาร์ ดรีมเวิร์กส์เพราะเทียบกันไม่ได้เลย (เขาเหนือกว่ามาก)"

นั่นคือคำพูดของผู้กำกับที่อยากให้ทุกคนดูกันอย่างสบายๆ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเบื้องหลัง

ถึงเรื่องที่เกิดจากแอนิเมเตอร์เพียง 6-7 คน 

ในงบที่สุดจำกัดจำเขี่ย ที่คนอาจจะเข้าใจว่าร้อยล้านบาทคือทุนทำแอนิเมชั่น

แท้จริงแล้วมันเป็นทุนทั้งหมดที่รวมค่าโปรโมท ค่าเสียง และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งพี่เอ๊กซ์บอกว่าหลังจากหักไปแล้วแทบจะน้ำตาไหล กัดก้อนเกลือกินกันเลยทีเดียว

 

ถ้าไม่ได้เงินจากการทำโฆษณามาโปะคงลำบากมาก 

นี่คือหนึ่งในคำตอบว่าทำไมบ้านอิทธิฤทธิ์ถึงได้ใช้เวลาในการทำนานถึง8ปี

และทุกสิ่งผ่านการแก้มาไม่รู้กี่รอบ

ไม่ว่าสตอรี่บอร์ดวาดมากว่า 800 แผ่นโดยพี่เอ๊กซ์คนเดียว

ถึงเวลาใช้ไม่ได้ก็ต้องทิ้งไปก็มี

ฉากโซ่ที่สุดมหาหิน แก้กันไม่รู้จบ

จนถึงขนาดแอนิเมเตอร์บางคนยอมแพ้ลาออกกันเลยเทียว

 

และคำครหาที่ว่าทำไมฉากบู๊น้อยจัง

แท้จริงแล้วฉากบู๊เดิมตอนต้นเรื่องมีถึง 14 นาที

แต่สุดท้ายต้องตัดเหลือแค่ 4 นาที

เพื่อให้จังหวะการดำเนินเรื่องเป็นไปได้ลงตัว

และเด็กดูได้ไม่เหนื่อยเกินไป จากช่วงเวลาที่นานของการ์ตูน

พี่เขาบอกแทบจะร้องไห้แต่ก็ต้องตัด

อย่างที่เขาบอกว่าเป็นผู้กำกับที่ดีต้องยอมตัดฉากที่ไม่ได้เพื่อรักษาจังหวะของเรื่อง

 

"ทุกสตูดิโอมีจังหวะ Timing ในสไตล์ของตัวเอง

และจังหวะของเราเป็นอย่างนี้แหละ" 

 

"ส่วนไหนยากที่สุดในการทำแอนิเมชั่น ทำงานกับคนเนี่ยยากที่สุดแล้วล่ะครับ

แอนิเมเตอร์แต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง ก็ต้องจูนให้เข้ากัน

บางคนยังไม่เก่งก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ พอถึงช่วงเวลาหนึ่งพี่เชื่อว่าจะมีจังหวะที่คลิ๊กได้เอง"

 

"ใช้โปรแกรมMayaอย่างเดียวทำทั้งเรื่อง"

 

"ทำไปอย่าคิดมาก ทำไปก่อน ค่อยๆปรับแก้กันไป คิดมาก เครียด ฉี่เหลืองกันพอดี 555"

 

"เรื่องตอนแรกมาจากไหนน่ะเหรอ ความคิดก็มาจากตัวหุ่นกระป๋องของที่วิ่งตรงโลโก้Workpointก่อน แล้วก็ไปถูกใจกันเข้า

ก็เลยคิดว่าจะดัดแปลงออกมายังไงดี ตอนแรกว่าจะทำเรื่องอนุบาลกระป๋อง"

 

"พี่จิกเขาอยากลองเขียนรามเกียรติ์แบบมีรามออกชั่วร้ายดู แล้วสุดท้ายก็มีทศกัณฐ์กับหนุมานเป็นเพื่อนกัน"

 

"พี่คิดเอาเองนะว่าสไตล์พี่จิกคือออกเรียบๆ แต่มีImpact อย่างรามดูเรียบๆ

แต่ยิงศรทรงพลังทำลายล้าง หรือที่ดูดส้วม แต่ดันระเบิดตูมใหญ่ ถึงได้ออกแบบมาอย่างนั้น

เพราะตอนแรกก็มีดีไซน์รามออกมาเป็นหุ่นแบบแมงป่องเท่ๆมีพลัง กางขาได้เหมือนกัน

แต่คิดว่าพี่จิกคงจะไม่เอา ก็เลยเอาแบบเรียบๆนี่แหละ"

 

"พี่จิกตอนแรกเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องแอนิเมชั่นดี ก็ต้องให้น้องๆแอนิเมเตอร์ช่วยอธิบายให้พี่เขาเข้าใจ

และพี่เขาก็ช่วยปรับบทให้ เพราะแอนิเมชั่นก็มีข้อจำกัดว่าอะไรทำได้ไม่ได้อยู่เหมือนกัน"

 

"ประเทศไทยเราไม่ใช่ประเทศที่มีคนดูแอนิเมชั่นมากเป็นหลักขนาดนั้น วงการแอนิเมชั่นทุกคนต้องช่วยกัน คนหนึ่งล้มก็ล้มกันหมด"

 

นั่นเป็นคำพูดของพี่เอ๊กซ์ได้เป็นการตอกย้ำถึงวงการแอนิเมชั่นที่ยังไม่มั่นคง ที่ทุกคนต้องช่วยกัน

อีกทั้งสปอนเซอร์ยังมองว่าแอนิเมชั่นขายยาก ได้เงินยาก ก็ยากที่จะมีทุน

งานดีๆก็ยิ่งหาได้ยาก

หลายคนมีคำถามว่าทำไมถึง 3D แม้แต่พี่เอ๊กซ์เองก็บอกว่าโดยส่วนตัวชอบ2มิติมากกว่า

เพราะมีเสน่ห์ ความเป็นศิลปะ แต่ว่าขายใครก็ไม่มีใครเอา

เพราะแอนิเมชั่น2D ต้องใช้แอนิเมเตอร์ที่มีความสามารถเยอะ

เปลืองเงินมากกว่า โชว์ความอลังการให้สปอนเซอร์ดูไม่ง่ายเหมือน 3D ขายยาก

แก้งานก็ยาก (วาดใหม่นี่อ่วมแน่) 

"ถ้ามีเงินให้พี่ซักแค่ร้อยล้านกับแอนิเมเตอร์ซัก100คนพี่ก็ทำให้ได้"

 

เรื่องราวของพี่เอ๊กซ์กับแอนิเมชั่นยักษ์ยังมีอีกมากมาย

แต่เราเองก็คงไม่สามารถจำมาเล่าหรือถ่ายทอดความประทับใจที่มีออกมาได้หมด

ดังนั้น เราขอแนะนำเพื่อนๆทุกคนไปดูกัน

เพราะนี่จะเป็นก้าวแรกของการ์ตูนไทยไปสู่ก้าวที่ใหญ่กว่าเดิม...

 

สุดท้ายสำหรับคนที่ไปดูมาแล้ว เรื่องนี้เวอร์ชั่นดีวีดีจะมีฉากที่ถูกตัดออกมาให้ดูบางส่วน และมีบลูเรย์แน่นอน

 

เว็บทางการ: http://www.yakmovie.com/

 

[คัดมาจากเฟซบุ๊คของกระผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คำพูดบางส่วนเกิดจากการเรียบเรียงและไม่ตรงเป๊ะ หากไม่เหมาะสมประการใด กระผมขออภัยด้วย]

edit @ 15 Oct 2012 21:32:12 by Mozaic

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!  confused smile
ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังค่ะ  การทำอนิเมชั่นเรื่องนึงนี่ไม่ใช่เรื่องงายเลย
คนไทยเราเก่งมากค่ะ  ต่อไปวงการอนิเมต้องรุ่งเริงขึ้นแน่ๆ
จะติดตามและอุดหนุน และเป็นกำลังใจให้อนิเมเตอร์ไทยทุกคนค่ะ

#4 By HoRo ... ll on 2012-10-15 22:04

เอาล่ะ ผมขอมาตอบคำตอบคาใจหลายคนอันหนึ่งให้ เรื่องคาแรกเตอร์ดีไซน์ของยักษ์ ไม่ได้ลอกโรXXXมานะครับ
"ในขณะที่ชาวต่างชาติพร้อมใจกันชื่นชม คนไทยบางเสียงกลับกังขาเมื่อสวมแว่นอคติ บางทีเราฟังแล้วเจ็บปวด เพราะคนไทยกันเองบอกว่าคุณไปลอกใครมา ในขณะที่ฝรั่งบอกว่าคุณดีไซน์ได้ดีมาก แบบนี้ไม่มีในฮอลลีวู้ด ญี่ปุ่นก็บอกว่าคาแรกเตอร์น่าสนใจมาก หาไม่ได้ในญี่ปุ่น ไม่มีใครพูดเลยว่าคุณเอามาจากไหน นี่คุณลอกใครมารึเปล่า ไม่มีใครพูดเลย"
--บทสัมภาษณ์พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์จาก A Day--
คือคิดอย่างเป็นกลางนะครับ คาแรกเตอร์ดีไซน์ตอน2Dนี่ไม่เหมือนเลยนะครับ ไม่ใช่เลย แต่อาจจะเพราะอิทธิพลของสไตล์3Dแบบอเมริกา(ที่พี่เอ๊กซ์จบมา)บ้างก็เป็นได้

#3 By Mozaic on 2012-10-15 21:40

ทำไมช่วงนี้Exteenรวนๆใส่ภาพใส่ลิงก์นอกไม่ได้เลยครับเนี่ย เหอๆ sad smile

#1 By Mozaic on 2012-10-15 21:35